ล่าสุด สมาคมประกันชีวิตไทยได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการเคลมประกันสุขภาพ โดยนำเงื่อนไข Copayment หรือการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลมาใช้ ทำให้ช่วงนี้เกิดกระแสความสนใจในเรื่องประกันสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับ Copayment มาดูกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ควรรู้
Copayment คืออะไร?
Copayment หรือ "การจ่ายร่วม" คือการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันตามสัดส่วนที่กำหนด
ประเภทของ Copayment
Copayment ตั้งแต่แรก
คือ การเลือกซื้อกรมธรรม์ที่มีเงื่อนไข Copayment ตั้งแต่ปีแรก ค่าเบี้ยฯจะถูกลงตามสัดส่วนที่ตกลงไว้
Copayment ในปีต่ออายุ
คือ การต่ออายุประกันสุขภาพของกรมธรรม์ที่ซื้อหลังจากมีการบังคับใช้ Copayment ตามกฎเกณฑ์ใหม่้ หากผู้ถือกรมธรรม์มีการเคลมประกันตรงตามเงื่อนไข Copayment คือ มีอัตราการเคลมประกันสุขภาพตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี และ อัตราการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพ จะเข้าข่าย Copayment Penalty ทำให้ในปีถัดไปผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเงินร่วมหากมีการเคลมประกันสุขภาพ
ประเภทของประกันสุขภาพในปัจจุบัน
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย
คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด สามารถใช้ได้ตามจริง ไม่จำกัดหมวดหมู่การรักษา
ประกันสุขภาพแบบแยกค่ารักษา
กำหนดวงเงินค่ารักษาพยาบาลในแต่ละประเภท เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์
ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม
คุ้มครองพนักงานในองค์กร หรือกลุ่มบุคคลที่มีการทำประกันร่วมกัน
ประกันสุขภาพแบบมี Deductible
มีค่ารับผิดชอบส่วนแรกก่อนที่บริษัทประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือ
Copayment Renewal เริ่มใช้เมื่อไหร่?
มีผลกับ กรมธรรม์ใหม่ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2568 กรมธรรม์ปัจจุบันที่ถืออยู่ก่อนวันดังกล่าว ไม่ได้รับผลกระทบ
เงื่อนไขของ Copayment Renewal
หากซื้อประกันสุขภาพตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป กรมธรรม์จะเข้าข่าย Copayment Renewal เมื่อมีการเคลมตามเงื่อนไขต่อไปนี้:
เคลมค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) สำหรับโรคที่ไม่รุนแรง ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป/ปี และอัตราการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพ จะต้องร่วมจ่าย 30% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป
เคลมค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) สำหรับโรคทั่วไป (ไม่รวมโรคร้ายแรงหรือการผ่าตัดใหญ่) ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป/ปี และเกิน 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพ จะต้องร่วมจ่าย 30% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป
เข้าเงื่อนไขข้อ 1 และ 2 พร้อมกัน จะต้องร่วมจ่าย 50% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป
ตัวอย่างกรณีที่เข้าเงื่อนไข Copayment Renewal
กรณี 1: เคลมค่ารักษาผู้ป่วยในโรคไม่รุนแรง
นาย A มีค่าเบี้ยประกันสุขภาพปีละ 20,000 บาท
เข้ามีอาการไข้หวัดและต้องนอนโรงพยาบาล 4 ครั้ง
ค่าใช้จ่ายรวม 45,000 บาท (225% ของค่าเบี้ย)
เนื่องจากเข้าเงื่อนไข การเคลมผู้ป่วยในโรคไม่รุนแรงตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปและมากกว่า 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพ
ในปีถัดไป นาย A จะเข้าข่ายเงื่อนไข Copayment Penalty หากในปีถัดไป นาย A เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นาย A จะต้องร่วมจ่ายค่ารักษา 30% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป ซึ่งหมายถึงนาย A เข้าข่ายเงื่อนไข Copayment 30%
กรณี 2: เคลมค่ารักษาผู้ป่วยในโรคทั่วไป
นาย B มีค่าเบี้ยประกันสุขภาพ 30,000 บาท
เธอเข้ารับการรักษาโรคกระเพาะอาหาร 3 ครั้ง และค่าใช้จ่ายรวม 140,000 บาท (466% ของเบี้ย)
เนื่องจากเข้าเงื่อนไข การเคลมผู้ป่วยในโรคไม่รุนแรงตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปและมากกว่า 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพ
ในปีถัดไป นาย B จะเข้าข่ายเงื่อนไข Copayment Penalty หากในปีถัดไป นาย B เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นาย B จะต้องร่วมจ่ายค่ารักษา 30% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป ซึ่งหมายถึงนาย B เข้าข่ายเงื่อนไข Copayment 30%
กรณี 3: เข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ
นาย C มีค่าเบี้ยประกันสุขภาพ 25,000 บาท
เข้ารับการรักษาโรคไข้หวัด 4 ครั้งและโรคกระเพาะ 3 ครั้ง รวม 180,000 บาท
เนื่องจากเข้าเงื่อนไข การเคลมผู้ป่วยในโรคไม่รุนแรงตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปและมากกว่า 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพ
ในปีถัดไป นาย C จะเข้าข่ายเงื่อนไข Copayment Penalty หากในปีถัดไป นาย C เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นาย C จะต้องร่วมจ่ายค่ารักษา 50% ทุกค่ารักษาในปีถัดไป ซึ่งหมายถึงนาย C เข้าข่ายเงื่อนไข Copayment 50%
รู้ทันโรค Copayment
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Copayment
1. การต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) มีผลกับ การรักษาผู้ป่วยนอก OPD หรือไม่?
ไม่มีผล ใช้เฉพาะกับการรักษาผู้ป่วยใน (IPD) เท่านั้น
2. เงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) ต่างกับ ความรับผิดส่วนแรก(Deductible) อย่างไร?
เงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment): ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ระบุในกรมธรรม์
ความรับผิดส่วนแรก (Deductible): ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนแรกก่อนที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายส่วนที่เหลือ
หากมีทั้ง Deductible และ Copayment ต้องจ่าย Deductible ก่อน แล้วจึงคิด Copayment จากส่วนที่เหลือ
3. เกณฑ์การต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) มีผลย้อนหลังกับกรมธรรม์ที่มีอยู่เดิมหรือไม่?
ไม่มีผลย้อนหลัง หากถือกรมธรรม์อยู่แล้วก่อนวันที่ 21 มีนาคม 2568 และกรมธรรม์ยังมีผลบังคับ
กรมธรรม์ใหม่ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 21 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) สำหรับการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม
4. หากมีหลายกรมธรรม์ จะเข้าเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) ทั้งหมดหรือไม่?
แยกพิจารณาตามแต่ละกรมธรรม์ ไม่ได้รวมทุกกรมธรรม์เข้าด้วยกัน
5. เหตุผลในการกำหนดเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment)
เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 11% ต่อปี หากไม่มีมาตรการควบคุม ค่าเบี้ยประกันภัยจะปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน 10 ปี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยหลายท่านไม่สามารถรับภาระค่าเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการเคลมที่ดี ทำให้ได้รับผลกระทบจากค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น การกำหนดเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) จึงเป็นมาตรการที่มุ่งเน้นการควบคุมอัตราเงินเฟ้อของค่ารักษาพยาบาล เพื่อชะลอการปรับขึ้นของค่าเบี้ยประกันภัยให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม
6. วิธีการคำนวณอัตราการเคลมเป็นอย่างไร
วิธีการคำนวณอัตราการเคลม = (ค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทประกันจ่ายต่อปีกรมธรรม์ / ค่าเบี้ยประกันสุขภาพต่อปีกรมธรรม์) × 100
7. รายชื่อโรคร้ายแรง และ/หรือ การผ่าตัดใหญ่ ที่การเคลมจะไม่เข้าเงื่อนไขการมีส่วนร่วมจ่าย (Copayment)
8. จะทราบได้อย่างไรว่า เราเข้าเงื่อนไขการการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal)
บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยไม่น้อยกว่า 30 วัน หากมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ออกหนังสือแจ้งชำระเบี้ยประกันภัย และเป็นไปตามเงื่อนไขการต่ออายุกรมธรรม์แบบมีค่าใช้จ่ายร่วม บริษัทฯ จะออกเอกสารเพื่อแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงและเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้เอาประกันภัยทราบโดยละเอียด
9. หากผู้เอาประกันภัยเข้าเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) ค่ารักษาพยาบาลทุกรายการ รวมถึงการรักษาโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่ จะต้องมีส่วนร่วมจ่ายหรือไม่
ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีส่วนร่วมจ่ายในค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) ทุกรายการที่เกิดขึ้น รวมถึงการรักษาโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
10. ในกรณีที่ประวัติการเคลมมีการปรับตัวลดลง และไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) บริษัทฯ จะพิจารณายกเลิกการปรับใช้เงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่ และมีหลักเกณฑ์หรือรอบการพิจารณาอย่างไร
บริษัทฯ จะพิจารณาทุกรอบปีกรมธรรม์ หากรอบปีกรมธรรม์ปัจจุบันผู้เอาประกันภัยต้องร่วมจ่ายเคลมเนื่องจากปีกรมธรรม์ที่ผ่านมา ผู้เอาประกันภัยมีการเคลมเข้าตามเงื่อนไข การต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) แต่มาถึงในรอบปีกรมธรรม์ปัจจุบันการเคลมของผู้เอาประกันภัยไม่เข้าตามเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) บริษัทฯ จะยกเลิกการปรับใช้การต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) ในรอบปีกรมธรรม์ถัดไป
11. หากผู้เอาประกันภัยเข้าเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) แล้ว เบี้ยประกันภัยจะลดลงหรือไม่
การเข้าเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมแบบมีค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment Renewal) จะไม่มีผลต่อการลดลงของเบี้ยประกันภัย