เมื่อผิวคือด่านแรกที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ ทั้งฝุ่น ควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ผิวจึงได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างเลี่ยงไม่ได้ กรมการแพทย์ยืนยันแล้วว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถเข้าสู่ผิวหนัง ผ่านทางรูเปิดของผมหรือขนได้โดยตรง และยังสามารถเข้าสู่ผิวหนังที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ เช่น ผิวหนังที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคผื่นผิวหนัง และเข้าไปกระตุ้นทำให้ผื่นกำเริบหนักขึ้นมาได้ นอกจากนี้ ฝุ่น PM 2.5 ยังทำให้เกิดสารออกซิแดนซ์ หรือสารอนุมูลอิสระ ซึ่งทำลายเซลล์ผิวชั้นนอก และเซลล์ผิวภายใน ทำให้ผิวเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ และสูญเสียโปรตีนภายในเซลล์ ที่ร้ายไปกว่านั้น เจ้าฝุ่น PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีหรือโลหะต่าง ๆ และเข้าสู่ผิวหนัง ไปทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง ทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติ กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบ ทำให้เกิดผื่นคัน ผดแดง และเกิดการระคายเคืองต่าง ๆ มากมาย
เริ่มต้นปี 2568 พบผู้ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 ทะลุหลักแสน!
เป็นที่น่ากังวลว่าในต้นปี พ.ศ. 2568 ก็มีรายงานจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่ามีการเข้ารับบริการในโรงพยาบาล จากมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ทั้งหมดถึง 127,053 คนโดยกลุ่มโรคที่ตรวจพบ 3 อันดับแรก คือ
อันดับ 1 โรคเยื่อตาขาวอักเสบ (43,594 ครั้ง)
อันดับ 2 โรคหอบหืดเฉียบพลัน (24,967 ครั้ง)
อันดับ 3 โรคผิวหนังอักเสบ (18,731 ครั้ง)
นอกจากนี้ยังมีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืดเฉียบพลัน โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหัวใจขาดเลือดจากกล้ามเนื้อตาย โรคเยื่อตาขาวอักเสบ โรคผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อนและลมพิษ
(ข้อมูล ณ วันที่ 1 - 23 มกราคม 2568)
ดูแลและปกป้องผิวให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในวันที่ฝุ่นครองเมือง
งด หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
งดหรือหลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น กีฬากลางแจ้ง วิ่งในสวนสาธารณะในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 มีความเข้มข้นเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดโอกาสที่ผิวหนังจะสัมผัสฝุ่นโดยตรง
สวมหน้ากาก และสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด
เลือกสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ เช่น หน้ากาก N95 เมื่อจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งภายนอกอาคาร
รีบทำความสะอาดร่างกายเมื่อถึงบ้าน
รีบอาบน้ำ สระผม เพื่อชำระล้างเอาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ตกค้างตามผิวหนัง ออกจากร่างกายทันที โดยทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับเช็ดสิ่งสกปรก (Cleansing) ตามด้วยคลีนเซอร์ (Cleanser) หรือเจลล้างหน้า เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวแบบล้ำลึกเพิ่มอีกหนึ่งขั้นตอน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
ทาครีมบำรุง เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว
ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว และรักษาความชุ่มชื้น เพื่อให้ผิวแข็งแรงและต้านทานมลภาวะได้ดีขึ้น
ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อปกป้องผิวหน้า ผิวกาย จากรังสี UV และฝุ่นต่าง ๆ ตัวการที่ให้ผิวหมองคล้ำ เกิดรอยฝ้า กระ และจุดด่างดำ ผิวดำไหม้
สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่ง
ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักสีเข้ม และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ก็จะช่วยเสริมให้ชั้นผิวแข็งแรงขึ้น
ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน
เพื่อลดความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ภายในที่พักอาศัย
เพราะการดูแลคุณภาพอากาศไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่คือการดูแลชีวิตของเราและคนที่เรารัก ที่เราทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน หรือใช้เครื่องฟอกอากาศในพื้นที่เสี่ยง เพราะอากาศดี คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในระยะยาว และมั่นใจมากขึ้นด้วยประกันชีวิตและสุขภาพออนไลน์ PRUe-Healthcare Plus เจ็บป่วย เคลมง่าย เหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยในสูงสุด 500,000 บาท คลิกเลย! https://link.prudential.co.th/7hgtV