โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคนที่ทำงานออฟฟิศที่ใช้ชีวิตเร่งรีบและมีความเครียดสะสม แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้ว่าอาการจะบรรเทาไปแล้ว แต่หากผู้ป่วยไม่ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหรือยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยงก็อาจกลับมาเป็นใหม่ได้ในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถลดความเสี่ยงของการกำเริบได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม รวมถึงการจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

โรคกระเพาะอาหารเกิดจากอะไร ?

โรคกระเพาะอาหารเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ส่วนมากจะเกี่ยวพันกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยด้านสุขภาพต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) เป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะมากเกินไป ทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง

  • การรับประทานอาหารที่กระตุ้นการหลั่งกรดมากจนเกินไป เช่น

    • เครื่องดื่มคาเฟอีน อย่างชา กาแฟ น้ำอัดลม

    • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์

    • อาหารรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว รวมถึงของหมักดอง

  • รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้กระเพาะอาหารว่างนานเกินไป กรดจึงเข้าไปกัดกระเพาะโดยตรง ทำให้ปวดท้องได้

  • ความเครียด ทำให้ต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนการเผาผลาญอาหารออกมา ส่งผลทำให้กรดในกระเพาะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย หรือที่หลายคนเรียกว่า เครียดลงกระเพาะ

อาการของโรคกระเพาะ

อาการของโรคกระเพาะมีหลายระดับ จากปวดเบา ๆ ไปจนถึงอาการรุนแรง จึงควรสังเกตอาการและดูแลตัวเองแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้อาการบานปลาย โดยมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดท้อง จุก แน่นท้อง โดยเฉพาะบริเวณใต้ลิ้นปี่

  • คลื่นไส้ อาเจียน มักเกิดร่วมกับการปวดท้องหรือหลังจากรับประทานอาหาร

  • อาการแสบท้องหรือปวดท้องรุนแรง ในกรณีที่มีแผลในกระเพาะอาหาร

  • ถ่ายหรืออาเจียนเป็นเลือด ซึ่งเกิดจากการที่มีเลือดออกหรือมีแผลในกระเพาะอาหาร ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจอย่างละเอียด

การบรรเทาอาการในเบื้องต้น

แม้ว่าเป็นโรคกระเพาะแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การดูแลตัวเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ช่วยให้อาการไม่กำเริบได้

  • รับประทานยาลดกรด เมื่อมีอาการปวดท้องหรือแสบท้อง

  • รับประทานอาหารอ่อน ๆ อย่างโจ๊ก ข้าวต้ม ในช่วงที่อาการกำเริบ

  • รับประทานอาหารตรงเวลา ไม่ควรอดอาหาร หรือไม่กำหนดเวลาชัดเจน เพราะอาจจะทำให้ปวดท้องได้

  • งดอาหารที่เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด และอาหารมัน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นกรดในกระเพาะอาหาร

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

  • แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ แทนมื้อใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้กระเพาะทำงานหนักจนเกินไป

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะเรื้อรังสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้หรือไม่ ?

โรคกระเพาะที่เป็น ๆ หาย ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากโรคมะเร็งจะเกิดจากแผลที่มีการแบ่งเซลล์ปกติตั้งแต่แรก แต่อาการจะมีความคล้ายคลึงกันในระยะแรก ๆ หากว่าไม่แน่ใจควรพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระเพาะ ?

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้รู้ได้แน่ชัดที่สุดคือ การพบแพทย์ ดังนั้น หากว่ามีอาการแสบท้อง คลื่นไส้หลังจากที่รับประทานอาหารเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อยืนยันว่ามีแผลในกระเพาะอาหาร หรือเกิดการอักเสบหรือไม่

สามารถรับประทานยาและรักษาด้วยตัวเองได้หรือไม่ ?

สามารถทำได้ โดยเป็นการบรรเทาอาการในเบื้องต้น แต่หากไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป 

โรคกระเพาะกับกรดไหลย้อนเหมือนกันหรือไม่ ?

ไม่เหมือนกัน โรคกระเพาะเป็นอาการของเยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ แต่กรดไหลย้อนเป็นอาการจากกรดในกระเพาะอาหารไหลขึ้นไปในหลอดอาหาร ทำให้มีอาการแสบร้อนกลางอก แม้ว่าจะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

โรคกระเพาะรักษาไม่หาย ต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิตหรือไม่ ?

ไม่ถึงขนาดต้องรับประทานยาทุกวันไปตลอดชีวิต เพราะหากว่าปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพ อาการก็จะไม่กำเริบ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องรับประทานยา

การออกกำลังกายช่วยลดอาการได้จริงไหม ?

ได้ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียด รวมถึงช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายทันทีหลังรับประทาน เพราะอาจจะทำให้จุกและอาหารไม่ย่อยได้

โรคกระเพาะอาหารเป็นโรคติดต่อจริงหรือ ?

จริง โรคกระเพาะอาหารสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำลาย โดยสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori จึงควรใช้ช้อนกลางทุกครั้ง เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น 

 

ดูแลสุขภาพของคุณด้วยแผนประกันสุขภาพจากพรูเด็นเชียล

แม้ว่าโรคกระเพาะอาหารไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่หากปล่อยเอาไว้ไม่ดูแลอาจจะนำไปสู่โรคแทรกซ้อน และสร้างความทุกข์ทรมานได้ จึงควรเข้ารับการรักษาแต่เนิ่น ๆ และดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง หากว่าใครกำลังกังวลปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือมีโรคประจำตัว  ประกันชีวิต มีให้เลือกหลากหลายแผน สามารถเลือกได้ตามความเสี่ยง หมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกต่อไป 

  • เลือกแผนความคุ้มครองได้ตามความต้องการ ทั้ง OPD และ IPD

  • ไม่ต้องสำรองจ่าย หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่าย

  • เพิ่มความคุ้มครองโรคร้ายแรงและค่าชดเชยรายได้ได้

 

*เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

**โรคกระเพาะอาหารอักเสบอยู่ในรายการกลุ่มโรคป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Diseases) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การพิจารณาการมีค่าใช้จ่ายร่วม Copayment สำหรับการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมกรณีครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัย (Renewal)