เชื่อว่าในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปิดโซเชียลแพลตฟอร์มไหน ก็ต้องได้เห็นคนไป ‘ญี่ปุ่น’ กันอยู่เป็นประจำ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบคมนาคมทั่วถึงและสะดวกสบาย แม้แต่นักเดินทางมือใหม่ก็สามารถวางแผนและจัดทริปไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย แต่เพื่อให้ทริปนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ดี การอัปเดตข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อม จะช่วยให้ทริปเที่ยวครั้งนี้สนุกขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
การเตรียมตัวไปญี่ปุ่นให้ทริปราบรื่น น่าประทับใจ
1. เลือกเมืองที่สนใจ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิประเทศ แถมแต่ละเมืองก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว การเลือกจุดหมายปลายทางให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความสนใจจะช่วยให้ทริปนี้น่าประทับใจมากขึ้น โดยเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางไป ได้แก่
โตเกียว (Tokyo)
เมืองหลวงของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว โดยเป็นศูนย์กลางของแหล่งช็อปปิ้ง อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น ชินจูกุ (Shinjuku) แหล่งรวมไนท์ไลฟ์และศูนย์กลางธุรกิจ, ชิบูย่า (Shibuya) จุดแลนด์มาร์กสำคัญที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร รวมถึงอาซากุสะ (Asakusa) ซึ่งเป็นย่านวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างวัดเซ็นโซจิ (Senso-ji)
โอซาก้า (Osaka)
เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยและความบันเทิง ภายใต้บรรยากาศเป็นกันเอง ผู้คนเป็นมิตร โดยมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง, ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) แหล่งรวมร้านอาหารอร่อยที่น่าลิ้มลอง เช่น ทาโกยากิและโอโคโนมิยากิ นอกจากนี้ ยังมี ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (Universal Studios Japan - USJ) สวนสนุกระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ฟุกุโอกะ (Fukuoka)
ถ้าอยากเริ่มเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแบบไม่วุ่นวายในเมืองใหญ่ ฟุกุโอกะ คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นเมืองชายฝั่งที่มีบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองต้นกำเนิดของราเม็งสไตล์ฮากาตะ (Hakata Ramen) อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง ศาลเจ้าดาไซฟุเท็นมังกู (Dazaifu Tenmangu Shrine) ศาลเจ้าสำคัญที่มีประวัติยาวนาน, ย่านนากาสุ (Nakasu) ย่านแสงสีที่เต็มไปด้วยร้านอาหารริมแม่น้ำ และห้าง Canal City Hakata ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของเมือง
ฮอกไกโด (Hokkaido)
เกาะที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ที่มีเมืองซัปโปโร (Sapporo) เป็นศูนย์กลาง โดยมีทั้งเทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) อันโด่งดังในช่วงฤดูหนาว รวมถึงมีบ่อน้ำพุร้อน (ออนเซ็น) ที่มีชื่อเสียง เช่น โนโบริเบ็ทสึออนเซ็น (Noboribetsu Onsen) นอกจากนี้ ยังมีฟาร์มลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะ (Furano Lavender Farm) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูร้อน จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่รักอากาศหนาวและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
2. เช็กสภาพอากาศ
สภาพอากาศมีผลต่อการเลือกเสื้อผ้าและการเตรียมตัวเดินทาง ญี่ปุ่นมี 4 ฤดูกาลที่แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทางเพื่อให้สามารถแพ็กกระเป๋าได้เหมาะสม
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.) มีอากาศที่เย็นสบาย เหมาะสำหรับชมซากุระในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน
ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.) อากาศร้อนชื้น มีกิจกรรมฤดูร้อน เช่น เทศกาลดอกไม้ไฟ ที่ไม่ควรพลาด
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) เหมาะสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เป็นสีน้ำตาลและส้มอร่ามในช่วงเดือนพฤศจิกายน
ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.) อากาศหนาวเย็น มีหิมะ เหมาะสำหรับเล่นสกีและแช่ออนเซ็น
3. วางแผนการเดินทาง ที่พัก
การเลือกที่พักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ หรือแหล่งท่องเที่ยวหลักจะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น โดยควรจองที่พักล่วงหน้าหลาย ๆ เดือน เพื่อได้ราคาที่คุ้มค่าและอย่าลืมพิจารณาตำแหน่งที่พักให้เหมาะสมกับแผนเที่ยวด้วย ซึ่งสามารถพิจารณาจากเส้นทางรถไฟและรถบัสได้จากใน Google Map อีกทั้งยังควรซื้อตั๋วเดินทางแบบเหมาจ่าย เช่น JR Pass สำหรับเดินทางข้ามเมือง หรือ Suica และ Pasmo สำหรับการเดินทางภายในเมือง ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกให้กับทริปเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้
4. เตรียมค่าใช้จ่าย
ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีตัวเลือกที่สะดวกสบายทั้งบัตรเครดิต เดบิต หรือ Travel Card อยู่แล้ว แต่ก็ควรแลกเงินเยน (JPY) ติดตัวไปด้วย เพราะบางร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นในญี่ปุ่นอาจยังไม่รองรับการใช้บัตร โดยคำนวณค่าใช้จ่ายให้พอเพียงกับจำนวนวันที่เดินทาง ซึ่งค่ากินอยู่และค่าเดินทางจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล จึงควรศึกษาเส้นทางและวางแผนการใช้เงินสำหรับการเตรียมตัวไปญี่ปุ่นให้ดี เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนเงินได้อย่างเหมาะสม ไม่เหลือเกินจนต้องกลับมาแลกคืนให้ขาดทุน
5. จัดการเรื่องการสื่อสาร
ก่อนไปควรทำเรื่องเปิดโรมมิง หรือวางแผนซื้อซิมการ์ดให้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถติดต่อและใช้อินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา พร้อมดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแปลภาษา เช่น Google Translate หรือ Papago เพื่อช่วยให้สามารถสื่อสารได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
การทำประกันสุขภาพ อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเตรียมตัวไปญี่ปุ่น !
หากกำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง หลายคนอาจพิจารณาประกันเดินทางไว้อยู่แล้ว แต่หนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือการทำประกันสุขภาพ โดยเหตุผลที่ควรทำประกันภัยก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น ได้แก่
1. การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในญี่ปุ่น
ดังที่ได้เห็นจากข่าวของนักแสดงจีนชื่อดัง ทำให้รู้ว่าปัจจุบัน ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 26 ปี โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 9.5 ล้านคน ตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2567 ที่ผ่านมา การเจ็บป่วยระหว่างการเดินทางอาจทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งอาจลำบากทั้งในการจัดหาสถานพยาบาลในช่วงเวลาสำคัญและเรื่องของค่าใช้จ่าย
2. ค่ารักษาพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น
แม้ประเทศญี่ปุ่นจะมีระบบสาธารณสุขที่ดี แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การรักษาพยาบาลในญี่ปุ่นถือว่าแพงมาก หากไม่ทำประกันภัยเอาไว้ อาจต้องจ่ายค่ารักษาด้วยตัวเองเต็มจำนวน ซึ่งอาจสูงถึงหลักหมื่น หรือหลักแสนบาทต่อครั้ง อีกทั้งโรงพยาบาลบางแห่งในญี่ปุ่นไม่ได้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และไม่ได้รับผู้ป่วยทุกกรณี จึงควรเลือกแผนประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองในต่างประเทศ โดยพิจารณาให้ครอบคลุมถึงค่ารักษาพยาบาล ค่าเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ฉุกเฉิน รวมไปถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมเมื่อถึงเวลาสำคัญ
3. โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขในญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยว
นอกจากค่ารักษาพยาบาลที่สูงแล้ว นักท่องเที่ยวที่ไม่มีประกันสุขภาพอาจพบกับความยุ่งยากในการเข้ารับการรักษา เนื่องจากโรงพยาบาลบางแห่งอาจไม่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากไม่มีล่าม หรือเอกสารรับรองการทำประกันภัยที่ถูกต้อง จึงควรสมัครประกันสุขภาพให้พร้อมและบันทึกรายชื่อโรงพยาบาลที่มีบริการล่าม หรือรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในบริเวณเมืองที่ต้องเดินทางไป เผื่อกรณีฉุกเฉิน
4. ให้บริการช่วยเหลือ ทางการแพทย์ (SOS) สำหรับนักท่องเที่ยว
เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ประกันสุขภาพบางประเภทยังมอบความคุ้มครองขณะที่คุณเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ เช่น ประกันสุขภาพจากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ที่พร้อมปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ 24 ชั่วโมง (SOS) โดย Assist America ที่ให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินแก่นักท่องเที่ยวกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก ที่พร้อมจะช่วยประสานงานให้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเป็นการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ด้วยการดูแลที่ครอบคลุม ทั้งการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน ส่งตัวผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ไปจนถึงการช่วยเหลือจัดหาใบสั่งยาเมื่ออยู่ต่างประเทศ
การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก หากมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดี คุณก็จะได้เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ แล้วอย่าลืมเลือกทำประกันสุขภาพจากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต เพื่อให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ปลอดภัยไร้กังวล พร้อมรับความคุ้มครองที่ครอบคลุม หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็ยังรู้สึกอุ่นใจ !