มนุษย์เรามี 2 สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ภาษีและความตาย ประโยคนี้สะท้อนความจริงที่หลายคนมองข้าม เพราะภาษีไม่ใช่แค่ตัวเลขในแบบฟอร์ม แต่เป็นภาระที่อาจหนักกว่าหนี้บ้านหรือบัตรเครดิต หากไม่วางแผนให้ดี

ซึ่งในบทความนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณอิฏฐ์ อภิรักษ์ติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาองค์กร บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มาให้ความรู้ถอดบทเรียนภาระภาษีกัน ใครที่อยากรู้ว่าการวางแผนภาษีอย่างมืออาชีพ เทคนิคที่คนรวยใช้ พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

 

ทำไมภาระภาษีถึงน่ากลัวกว่าหนี้ทั่วไป?

หนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้านหรือหนี้บัตรเครดิต หากไม่มีจ่ายและถูกฟ้องล้มละลาย สุดท้ายสามารถระงับได้ตามคำสั่งศาล แต่ในขณะเดียวกันภาระภาษีไม่สามารถจบได้แบบนี้ เพราะตามกฎหมาย กรมสรรพากรมีสิทธิเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ถึง 10 ปี หากไม่ยื่นแบบหรือยื่นไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือแม้แต่ถูกสั่งล้มละลายแล้วหนี้ภาษีก็ยังไม่ถูกระงับ

ถ้า ครบ 10 ปีแล้ว และกรมสรรพากรยังไม่ตรวจพบ ภาระภาษีถือว่าขาดอายุความ สรรพากรไม่สามารถฟ้องบังคับได้ แต่ถ้ากรมสรรพากรตรวจพบก่อนครบ 10 ปี กรมสรรพากรมีสิทธิเรียกเก็บทันที และหากเราไม่มีเงินจ่าย ก็อาจถูกยึดทรัพย์ อายัดเงินเดือน หรือแม้กระทั่งถูกดำเนินคดีล้มละลาย

โดยในคดีล้มละลาย หากผู้มีหน้าเสียภาษีเป็นบุคคลล้มละลายตามคำสั่งศาล และต่อมาศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายแล้ว ซึ่งคำสั่งปลดล้มละลายดังกล่าวย่อมมีผลทำให้บุคคลล้มละลายหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงอันพึงขอรับชำระ ทว่ายกเว้นหนี้บางประเภทที่ไม่ระงับ เช่น หนี้ภาษีอากร กรมสรรพากรยังคงมีสิทธิเรียกเก็บหนี้ภาษีอากรต่อไปได้ เป็นไปตามมาตรา 77 ของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาษี

หลายคนโดยเฉพาะฟรีแลนซ์หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คิดว่ารายได้น้อยไม่ต้องยื่นภาษี แต่ปัจจุบันระบบภาษีอัตโนมัติและดึงข้อมูลจากหลายช่องทาง เช่น ยอดโอนในแอปฯ ธนาคาร หรือรายได้จาก E-Commerce

โดยถ้ามีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เช่น มีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษา 9 แสนบาท และขายของออนไลน์อีก 9 แสนบาท รวมกันเป็น 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียน VAT หากไม่ทำถือว่าผิดกฎหมายและต้องเสียเบี้ยปรับพร้อมภาษีย้อนหลัง

 

ถ้ามีภาระภาษีแล้ว ทำอย่างไร?

สิ่งแรกที่ห้ามทำเลยคือ “การหนี” เพราะถ้าเราหลีกเลี่ยงหรือเพิกเฉย หนี้จะยิ่งพอกพูนจากเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และสุดท้ายจะเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ซึ่งเสียหายมากกว่าเดิม ทางแก้ที่ควรทำมี 3 ขั้นตอน ได้แก่

1. ตรวจสอบยอดภาษีให้ชัดเจน

รีบติดต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ หรือเจ้าหน้าที่ที่ระบุไว้ในจดหมายแจ้ง เพื่อแสดงเจตนาร่วมมืออย่างเต็มที่ และไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี

2. ขอเจรจาผ่อนชำระ

กรมสรรพากรมีระบบให้ผ่อนชำระภาษีได้ ซึ่งเราสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอแบ่งจ่ายได้ ถ้าแสดงเจตนาดีและยื่นเร็วก็มีโอกาสขอลดเงินเพิ่มได้ด้วยครับ

3. ปรับแผนรายได้และภาษีในปี

วางแผนเพื่อไม่ให้เกิดหนี้ซ้ำอีก และใช้สิทธิลดหย่อนต่างๆ อย่างเต็มที่

หากลืมยื่นแบบภาษี สามารถ ยื่นย้อนหลังออนไลน์ได้ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ผ่าน ระบบ e-Filing โดยเลือกเมนู “ยื่นแบบย้อนหลัง” และกรอกข้อมูล ระบบจะคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้อัตโนมัติ

ภาระภาษีส่งผลถึงลูกหลานไหม?

เป็นอีกเรื่องที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องพึงระวัง แม้ภาษีจะเป็น “ภาระส่วนตัว” ของผู้ตาย แต่ไม่ได้แปลว่าการเสียชีวิตจะทำให้หนี้ภาษีหายไปโดยอัตโนมัติ

ภาระภาษีที่ยังค้างอยู่ จะถูกนับเป็น “หนี้มรดก” ซึ่งต้องนำมาจัดการพร้อมกับทรัพย์มรดกอื่น ๆ ก่อนที่ทายาทจะได้รับส่วนแบ่ง ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 กำหนดไว้ว่า “ทายาทไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน” หมายความว่า ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์ที่ได้รับ แต่ถ้ามีมรดกต้องนำมาชำระหนี้ภาษีด้วย

ทำไมคนรวยไม่ค่อยเจอปัญหาภาษี?

ต้องบอกว่าคนรวยไม่ได้คิดเรื่องภาษีแค่ตอนสิ้นปี แต่เขาวางหมากล่วงหน้าเป็นปี ๆ มีทีมที่ปรึกษาคอยช่วยจัดการ โดยหลักการคร่าว ๆ ที่คนรวยจัดการเรื่องภาษีมีดังนี้

1. แยกรายได้ จัดโครงสร้าง

สมมติมีทั้งรายได้จากธุรกิจ เงินปันผล ค่าเช่า เขาจะไม่ปล่อยให้ถูกรวมก้อนเดียว แต่ใช้โครงสร้างบริษัทหรือกองทรัสต์ เพื่อกระจายรายได้ให้อยู่ในฐานภาษีที่เสียต่ำลง

2. ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสิทธิพิเศษทางภาษี

อย่างกองทุน RMF / SSF ที่ลดหย่อนภาษีได้ หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่ปันผลบางส่วนได้รับการยกเว้นภาษี เพราะนอกจากสร้างผลตอบแทน ยังสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้พร้อมกัน

3. ใช้การบริจาคเป็นกลยุทธ์

ไม่ใช่บริจาคแบบหว่าน ๆ แต่จะบริจาคในหมวดที่หักลดหย่อนได้พิเศษ ในลักษณะ e-donation เช่น การศึกษา หรือสาธารณกุศล ที่หักได้สูงสุดถึง 2 เท่าของเงินที่จ่ายจริง

4. วางจังหวะรับจ่ายรายได้

บางคนเลื่อนการรับเงินปันผลออกไปปีหน้า เพื่อไม่ให้ปีนี้ฐานภาษีพุ่งขึ้นขั้นสูงสุด หรือเลื่อนการขายสินทรัพย์ไปปีที่ตัวเองมีสิทธิลดหย่อนเยอะ ๆ ก็ช่วยประหยัดได้มาก

หรือ บางคนใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือวางแผนภาษี ซื้อภาพวาดราคาต่ำ เก็บใน Free Zone แล้วปั่นราคา ก่อนบริจาคเพื่อใช้มูลค่าลดหย่อนภาษี

พูดง่าย ๆ คือ คนรวย “ไม่รอให้ภาษีมาทวง” แต่ “เลือกใช้ทุกช่องที่กฎหมายเปิดไว้” ต่างจากคนทั่วไปที่มักคิดตอนใกล้ยื่นแบบแล้วค่อยหาทางแก้

ข้อควรรู้ มาตรการใหม่เกี่ยวกับ Soft Power และศิลปะ

ผู้ซื้อผลงานศิลปะสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท (ปี 2568–2570) และศิลปินสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มเป็น 60% ตั้งแต่ปีภาษี 2568

 

เริ่มต้นวางแผนภาษีอย่างไร?

การเริ่มต้นวางแผนภาษีให้ทุกคนเริ่มจาก “พื้นฐาน” คือ สิทธิลดหย่อนที่กฎหมายให้เราอยู่แล้ว เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส หรือบุตร อันนี้คือสิทธิ์ที่ทุกคนควรใช้ให้ครบ

เมื่อใช้สิทธิพื้นฐานครบแล้ว ก็ค่อยเสริมด้วยเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยได้หลายต่อ เช่น “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องภาษีอย่างเดียว แต่ยังช่วยสร้างเงินออมระยะยาว และจัดการความเสี่ยงในชีวิตได้ด้วย ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีงบเยอะ ยิ่งเริ่มเร็ว ก็ยิ่งสร้างความมั่นคงได้เร็ว

ใช้สิทธิลดหย่อนพื้นฐานให้ครบ เสริมด้วยเครื่องมือทางการเงิน เช่น ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพราะช่วยทั้งลดหย่อนภาษี สร้างเงินออม และคุ้มครองชีวิต

 

แผนประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่ตอบโจทย์

การวางแผนภาษีไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในอนาคต หากอยากได้ทั้งสิทธิ์ลดหย่อนและความคุ้มครองชีวิต ลองมองหาเครื่องมือที่ทำได้ครบในหนึ่งเดียว อย่างประกันสะสมทรัพย์ PRUe-Legacy Saver จาก Prudential เพราะเป็นประกันเพื่อการวางแผนภาษีและการเงินโดยเฉพาะ

 

จุดเด่น ประกันสะสมทรัพย์ PRUe-Legacy Saver

จ่ายเบี้ยฯ 8 ปี รับเงินคืน 8.8%* ถึงอายุครบ 87 ปี พร้อมรับเงินก้อน 888%* เมื่อครบสัญญา “พรูอี-เลกาซี เซฟเวอร์” 

 

✅ อายุรับประกันภัย ตั้งแต่ 20-60 ปี

✅ จ่ายเบี้ยฯ เพียง 8 ปี มีความคุ้มครองถึงอายุครบ 88 ปี

✅ รับเงินคืนทุกปี ปีละ 8.8%* ตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึงอายุครบ 87 ปี

✅ รับเงินคืนก้อนโต 888%* เมื่อครบสัญญา

✅ จำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท

✅ รับความคุ้มครองรวม สูงสุด 1616%* กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

✅ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท (เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร) 

 

เรียกได้ว่า กระดาษหนึ่งแผ่น อาจช่วยเซฟเงินล้าน

ในกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการเอง ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทหรือทำงานประจำ แบบนี้ควรใช้ประกันสะสมทรัพย์แผนใด? กลุ่มเจ้ากิจการเป็นอีกกลุ่มที่ “ไม่ควรมองข้าม” การวางแผนภาษี เพราะรายได้หลายครั้งสูงเกินกว่าที่คาด บางปีเจอภาษีก้อนใหญ่โดยไม่ทันตั้งตัว

เพราะเจ้าของกิจการที่ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท จะต้องยื่นแบบ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) ทำให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตได้เหมือนพนักงานบริษัท

เครื่องมืออย่างประกันสะสมทรัพย์ PRUe-Legacy Saver จึงตอบโจทย์มาก เพราะช่วยได้ 3 เรื่องพร้อมกัน

✅ ลดหย่อนภาษีตามสิทธิ์

✅ สร้างเงินออมสำรองที่มั่นคง

✅ มีความคุ้มครองชีวิตติดไว้ด้วย

เรียกได้ว่าเป็น “กันชนทางการเงิน” ของเจ้าของกิจการ ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้วันหนึ่งสรรพากรตรวจย้อนหลัง ก็ยังมีเกราะป้องกันไว้ครับ

ภาษีเลี่ยงไม่ได้ แต่ภาระภาษีป้องกันได้ เริ่มต้นจากการรู้สิทธิ์ ใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง และวางแผนล่วงหน้า เพราะทุกสิทธิ์ลดหย่อนมีค่า และการวางแผนวันนี้คือการป้องกันปัญหาในอนาคต