12 ขั้นตอนการวางแผนทางการเงิน สร้างความมั่นคงให้ชีวิต

              จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจมีความผันผวนจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนจึงเริ่มรัดเข็มขัดและบริหารค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน การวางแผนการเงินจึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตที่ทุกคนควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มทำงาน มีครอบครัว หรือใกล้เกษียณ การบริหารเงินที่ดีจะช่วยให้คุณบริหารรายได้ ทั้งยังช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน และพร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝันได้อย่างมั่นคง

              สำหรับคนที่อยากรู้ว่า การวางแผนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมีหลักการอย่างไรบ้าง? เรามี 12 วิธีวางแผนการเงิน ที่สามารถเริ่มทำได้ทันที เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและการใช้ชีวิตที่มีอิสระ หมดกังวลเรื่องการเงิน

financial man

การวางแผนการเงินคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

              การวางแผนทางการเงิน คือ การบริหารจัดการรายรับ รายจ่าย หนี้สิน การออม และการลงทุน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีเสถียรภาพทางการเงิน และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในทุกช่วงวัย

              การวางแผนการเงินที่ดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะช่วยให้เราควบคุมการใช้จ่าย ลดความเสี่ยงทางการเงิน สร้างฐานะ และพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดีกว่าเดิม

a woman happy with her financial status

12 ขั้นตอนการวางแผนการเงินที่เริ่มทำได้ทันที

              สำหรับใครที่กำลังต้องการวางแผนทางการเงินและต้องการรู้ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ?เรามี 12 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่ไม่ต้องมีความรู้ทางการเงิน ขอเพียงมีความตั้งใจจริงก็สามารถทำได้มาฝากกัน

1. ประเมินสถานะทางการเงินปัจจุบัน

              เริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนควรทำก่อนเริ่มต้นการวางแผนทางการเงิน คือ การทำความเข้าใจสถานะการเงินของตัวเองอย่างละเอียด โดยการตรวจสอบรายรับ รายจ่าย หนี้สิน และทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมทางการเงินและจุดที่ควรปรับปรุง เพื่อวางแผนใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ

              นอกจากนี้ แนะนำให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าควรปรับพฤติกรรมการใช้เงินอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน

2. กำหนดเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน

              หลายคนพลาดมาตกม้าตายจากการวางแผนทางการเงินที่ไม่ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้สักที หากใครยังติดกับดักนี้อยู่ ลองมาวางเป้าหมายโดยใช้หลัก SMART Goal กันดู

การสร้างเป้าหมายแบบ Smart Goal

  • S: Specific มีความเฉพาะเจาะจงและชัดเจน
  • M: Measurable วัดผลได้
  • A: Achievable ทำได้จริง
  • R: Relevant มีความสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว
  • T: Time-bound มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

  • เป้าหมายระยะสั้น เก็บเงินฉุกเฉิน 3 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน
  • เป้าหมายระยะกลาง เก็บเงินดาวน์จำนวน 500,000 บาท เพื่อซื้อบ้านราคา 5 ล้านภายใน 5 ปี
  • เป้าหมายระยะยาว เก็บเงินเกษียณ 10 ล้านบาทภายในอายุ 60 ปี

3. ตั้งงบประมาณและวางแผนการใช้เงินในชีวิตประจำวัน

              ใช้ กฎการบริหารการเงินแบบ 50/30/20 เพื่อจัดสรรรายได้และรายจ่ายอย่างเหมาะสม เช่น

  • 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น
  • 30% สำหรับความสุขส่วนตัว
  • 20% สำหรับการออมและลงทุน

              การบริหารเงินตามสัดส่วนเหล่านี้ จะช่วยลดโอกาสการใช้จ่ายเกินตัว และทำให้ถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตนเองตั้งไว้ให้เป็นจริงได้

4. เก็บก่อนแล้วค่อยใช้เสมอ

              ยึดหลักออมก่อนใช้ คือ หักเงินออมทันทีที่ได้เงินเดือน เช่น ออม 10-20% ของรายได้ประจำทุกเดือน หรือใช้ตารางออมเงินช่วยสร้างวินัยทางการเงิน 

              ลองคิดว่าการเก็บเงินเป็นรายจ่ายที่เราต้องจ่ายทุกเดือน จะช่วยให้เก็บเงินได้ดียิ่งขึ้น หรือหากว่าใครกลัวไม่ได้ผล ลองฝากประจำ และตั้งค่าในบัญชีสำหรับการลงทุนแบบ DCA แบบหักทุกเดือน ก็จะช่วยให้เงินออมให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

5. การบริหารจัดการหนี้สินให้มีประสิทธิภาพ

              การเป็นหนี้ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เพียงเราต้องจัดการการเงินและบริหารหนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อปลดหนี้ได้อย่างรวดเร็ว และไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เทคนิคการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพ

  • รวบรวมข้อมูลหนี้ทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน
  • จัดลำดับหนี้ที่ต้องชำระ แนะนำให้เลือกหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงสุด หรือโปะหนี้ก้อนที่เล็กสุดก่อน
  • พยายามเจรจาหรือมองหาการปรับอัตราดอกเบี้ยให้ลดลง เพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องจ่าย
  • หลีกเลี่ยงการก่อหนี้โดยไม่จำเป็น

              เมื่อสามารถควบคุมและบริหารหนี้ได้ ก็จะช่วยให้มีเงินเหลือสำหรับออมและลงทุนในอนาคต

6. สร้างแหล่งรายได้เสริม

              อย่าพึ่งพาเพียงรายได้ทางเดียว ลองหารายได้เสริมจากทักษะที่มี เช่น ขายของออนไลน์ ทำงานฟรีแลนซ์ หรือลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว

              การมีรายได้หลายทางช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินและลดความเสี่ยงในยามเศรษฐกิจไม่แน่นอน เวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ไม่เคว้ง มีรายได้ทางอื่นมารองรับ

7. วางแผนการลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้

              วิธีการเพิ่มพูนเงินออมของเรา นอกจากการหารายได้เสริมแล้ว การเริ่มลงทุนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งหากว่าเรารู้จักกระจายความเสี่ยง ก็จะช่วยให้พอร์ตฯ ของเราเติบโตได้อย่างมั่นคง

              ดังนั้นก่อนลงทุนควรประเมินระดับความเสี่ยงที่รับได้ (Risk Tolerance) และเลือกสินทรัพย์ให้เหมาะสม เช่น

  • ความเสี่ยงต่ำ เลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ และเงินฝากประจำ
  • ความเสี่ยงปานกลาง ให้เลือกกองทุนผสม และหุ้นปันผล
  • ความเสี่ยงสูง เลือกลงทุนในหุ้นรายตัว และกองทุนต่างประเทศ

              อย่างไรก็ตาม อย่าลืมตั้งเป้าหมายในการลงทุน เพราะการลงทุนที่ดีต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและระยะเวลาด้วย 

8. ปิดความเสี่ยงทางการเงิน ด้วยการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

              หนึ่งในหลักสำคัญของการวางแผนการเงิน คือการปิดประตูความเสี่ยงทางการเงิน อย่างการทำประกันชีวิต และประกันสุขภาพ เพื่อคุ้มครองรายได้และลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน การมีประกันที่เหมาะสมคือเกราะป้องกันทางการเงินในระยะยาว โดยแนะนำให้ทำประกันภัยดังต่อไปนี้

  • ประกันความคุ้มครอง เพื่อเก็บเงินก้อนเอาไว้ให้ตัวเองและคนข้างหลังกรณีที่เสียชีวิต
  • ประกันสะสมทรัพย์ ออมเงินไปพร้อมกับรับความคุ้มครองชีวิตไปพร้อม ๆ กัน
  • ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง ลดภาระค่ารักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วย

              นอกจากนี้การทำประกันวินาศภัยอย่างประกันบ้าน ประกันรถยนต์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยปิดความเสี่ยงทางการเงินด้วยเช่นกัน

9. การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน

              เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน เพื่อใช้ในกรณีตกงาน เจ็บป่วย หรือเหตุฉุกเฉินทางการเงิน การเก็บเงินก้อนนี้ยังจะช่วยให้ไม่ต้องไปหยิบยืมเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แต่หากไม่ได้ทำงานประจำ แนะนำให้เก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 6 เท่า แต่หากเป็นข้าราชการหรือทำงานประจำที่ค่อนข้างมั่นคง อาจจะเก็บเอาไว้ที่อย่างน้อย 3-6 เท่าได้

10. ทบทวนและปรับปรุงแผนการเงินอย่างสม่ำเสมอ

              แผนการเงินที่ดีควรมีการติดตามผลและปรับปรุงทุกปี โดยคำนึงถึงปัจจัยชีวิตที่เปลี่ยนแปลง เช่น รายได้เพิ่มขึ้น ภาระหนี้ลดลง หรือเศรษฐกิจผันผวน การทบทวนแผนช่วยให้คุณไม่หลงทาง สามารถปรับกลยุทธ์และวิธีบริหารเงินให้เหมาะสมกับเป้าหมายปัจจุบัน

11. เรียนรู้และพัฒนาความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล

              ติดตามข่าวสารทางการเงิน ศึกษาหลักการลงทุน หรือเข้าคอร์สออนไลน์ด้านการเงิน เพื่อพัฒนาความเข้าใจเรื่องการออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง ยิ่งมีความรู้มากเท่าไร การตัดสินใจทางการเงินก็จะยิ่งมั่นใจและแม่นยำมากขึ้น

12. ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยวางแผนการเงิน

              ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันบริหารการเงินมากมาย เช่น แอปบันทึกรายจ่าย แอปวิเคราะห์การลงทุน หรือแอปเปรียบเทียบประกันภัย ช่วยให้คุณจัดการรายได้และติดตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการใช้เทคโนโลยียังจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำกว่าเดิม

              เตรียมความพร้อมและวางแผนการเงินด้วยการซื้อประกันภัยวันนี้ เพื่อช่วยให้แผนการเงินของคุณมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ขอแนะนำแผนประกันภัยที่คุ้มค่า ที่สามารถช่วยให้การวางแผนการเงินของคุณมั่นคงและอุ่นใจ

  • ประกันสุขภาพ ไม่ต้องสำรองจ่าย (เมื่อเข้ารักษาตัวกับโรงพยาบาลคู่สัญญา) เจ็บป่วยกะทันหัน ไม่ต้องใช้เงินเก็บ  

              ที่สำคัญการทำประกันภัยบางแผนยังสามารถนำเบี้ยประกันภัยไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด เลือกแผนที่ใช่จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ได้เลย

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน

ควรทำตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่ต้องใช้เงิน โดยเงินสำรองฉุกเฉินต้องเน้นสภาพคล่องสูง เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ส่วนเป้าหมายระยะสั้น (1-3 ปี) ควรเน้นความมั่นคง เช่น เงินฝากประจำ และสำหรับเป้าหมายระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) ค่อยนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูงเพื่อสร้างผลตอบแทน

ให้พยายามรักษาสัดส่วน 20% สำหรับการออม/ลงทุนไว้ให้ได้เป็นหลัก จากนั้นให้พิจารณาปรับลดสัดส่วน 30% สำหรับความสุขส่วนตัวลงก่อนเพื่อนำไปเพิ่มในส่วนที่จำเป็น (เช่น ปรับเป็น 60/20/20) หากไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้อีก ทางออกที่ดีที่สุดคือการหารายได้เสริมเพื่อขยายฐานรายได้แทน

ควรเน้นการเรียนรู้ 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. เศรษฐกิจมหภาค เพื่อทำความเข้าใจอัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
  2. การบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม โดยการเรียนรู้เรื่องการกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation) ระหว่างสินทรัพย์ต่าง ๆ
  3. การประเมินมูลค่า เพื่อศึกษาหลักการที่แท้จริงของสินทรัพย์ลงทุนใหม่ ๆ ก่อนตัดสินใจตามกระแส