ปรับปรุง ณ เดือน กุมภาพันธ์ 2569
บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างจริงจัง
บริษัทใช้อุปกรณ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในการเฝ้าดูแลพื้นที่ที่กำหนดภายในอาคารสถานที่ของเรา เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เข้ามาในอาคารสถานที่ของเราผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”)
ดังนั้น เราได้จัดทำข้อมูลด้านล่างนี้เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือเมื่อท่านมีการติดต่อเรา รวมถึงสิทธิที่ท่านมี และวิธีการติดต่อกับเรา หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน คือ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่ 944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 10, 29-31 ถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือประสงค์จะใช้สิทธิใดๆ ที่ท่านมี ท่านสามารถติดต่อเรา ได้ตามรายละเอียดในหัวข้อ “ติดต่อเรา”
เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเชื่อมั่นได้ว่าเรามีความรับผิดชอบในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เราจึงได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สิทธิที่ท่านมี และวิธีในการติดต่อเราในกรณีที่ท่านประสงค์จะรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ด้านล่าง
เมื่อกล่าวถึง "ข้อมูลส่วนบุคคล" เราหมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือตามที่นิยามไว้ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ระบุไว้ในส่วน ก. ด้านล่าง เรารวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความปลอดภัยตามที่ระบุไว้ในส่วน ข.
ท่านรับทราบและตกลงว่า บริษัทอาจดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาในอนาคต แนวโน้มของอุตสาหกรรม และ/หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายหรือข้อบังคับที่มีผลบังคับใช้ เราขอแนะนำให้ท่านหมั่นติดตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบนเว็บไซต์ของเราอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏบนเว็บไซต์ถือว่ามีผลบังคับใช้แทนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับก่อนหน้าทั้งหมด เราจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
โปรดรับทราบว่า วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นเพียงส่วนขยายเพิ่มเติม โดยมิได้มีผลแทนที่ความยินยอมอื่นใดที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้หรือที่ท่านอาจให้ไว้กับบริษัทในอนาคต
ดังนั้น เราจึงได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สิทธิที่ท่านมี และวิธีในการติดต่อเราในกรณีที่ท่านประสงค์จะรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
ส่วน ก – ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราทำการประมวลผล
เราเก็บรวบรวมภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเมื่อท่านเข้าสู่พื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เช่น ทางเข้า พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน เป็นต้น (“ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด”)
ส่วน ข – เราใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร และเพื่อวัตถุประสงค์ใด
ความถูกต้องและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะใช้ความพยายามอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เรามีอยู่ มีความถูกต้องและครบถ้วน
เรายังให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของเรา โดยจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การทำสำเนา การแก้ไข การทำลาย หรือความเสี่ยงอื่นใดที่คล้ายคลึงกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
เราอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และดำเนินการใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การบันทึก ถือครอง ปรับ เปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนา ส่งต่อ จัดเก็บ แยก ปรับปรุง หรือเพิ่มข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน เพื่อ “วัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด” ดังต่อไปนี้
เพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัย รวมถึงทรัพย์สินของท่าน
เพื่อปกป้องอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่นๆ
เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการยับยั้ง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการดำเนินคดีอาญา
เพื่อสนับสนุนการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์ให้มีประสิทธิภาพ
เพื่อสนับสนุนในการสอบสวนหรือกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเบาะแส
เพื่อสนับสนุนในการก่อตั้งสิทธิหรือยกขึ้นต่อสู้ในการดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ คดีแรงงาน
เพื่อระบุตัวบุคคล และ
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
เราจะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในที่ที่เห็นได้ง่ายในพื้นที่ของเรา พื้นที่ที่เราจะไม่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้แก่ ห้องน้ำ หรือพื้นที่พักผ่อน รวมถึงพื้นที่ส่วนตัวสำหรับพนักงาน
กล้องโทรทัศน์วงจรปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน และ 365 หรือ 366 วันต่อปี
เราจะติดตั้งป้ายที่จุดทางเข้าและทางออก และในพื้นที่ที่เห็นได้ง่าย เพื่อให้ท่านทราบว่าในบริเวณนั้นมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
ส่วน ค – ฐานทางกฎหมาย
เราจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผล โอน และดำเนินการใดๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การบันทึก ถือครอง ปรับเปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนา ส่งต่อ จัดเก็บ แยก เปลี่ยน หรือเพิ่มเติม กับข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านโดยไม่ได้รับความยินยอม ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้
เพื่อรักษาประโยชน์อันจำเป็นต่อชีวิต เป็นการจำเป็นต่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ และความปลอดภัยของบุคคล
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของเราและกระทำการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เราจะพยายามสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราและของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่กรณี) กับ สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านในการคุ้มครองข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ เราจะใช้ความพยายามในการหาขั้นตอนวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลดังกล่าวตามความเหมาะสม
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เรามีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน เราเห็นว่าการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเป็นมาตรการที่จำเป็นที่จะทำให้เราสามารถปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวได้
ส่วน ง – เราเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ใคร และเพื่อวัตถุประสงค์ใด
เราจะเก็บข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ใด ยกเว้นบริษัทในกลุ่มบริษัทของพรูเด็นเชียล บริษัทในเครือ บุคคลภายนอกที่เราคัดเลือกอย่างระมัดระวังทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้ที่ได้รับสิทธิ หุ้นส่วนของกิจการร่วมค้า และ/หรือ ผู้ให้บริการ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ระบุในนโยบายฉบับนี้
บุคคลภายนอกที่เราอาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับท่าน รวมถึง
บริษัทในเครือของพรูเด็นเชียล เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้แก่บริษัทในเครือของพรูเด็นเชียล เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราและของบริษัทในเครือของพรูเด็นเชียล ในการทำตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
หน่วยงานรัฐ และ/หรือ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เราอาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนหรือดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหรืออาญา
ผู้ให้บริการจากภายนอก เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้กับผู้ให้บริการจากภายนอก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน
ส่วน จ – การโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ
เราอาจโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่านให้แก่บุคคลภายนอก ได้แก่ กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ผู้ให้บริการ หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานราชการ (เช่น ดำเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและตามกฎหมายป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา (Foreign Account Tax Compliance Act: FATCA) ที่อยู่ในต่างประเทศ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสาธารณรัฐสิงคโปร์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เครือรัฐออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สหพันธรัฐมาเลเซีย) เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น ในกรณีที่มีการโอนดังกล่าว การโอนนั้นจะกระทำโดยปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
เมื่อมีความจำเป็นที่เราต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศซึ่งมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เทียบเท่ากับประเทศไทย เราจะดำเนินการเพื่อให้มีมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้โอนไปหรือเพื่อให้การโอนนั้นสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ส่วน ฉ – การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามกฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งในรูปแบบเอกสาร รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ รูปแบบอื่นใด โดยประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร มาตรการเชิงเทคนิค และมาตรการทางกายภาพ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ เราได้จัดให้มีมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เรายังได้วางมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้งานอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน สิทธิในการอนุญาตให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้เข้าถึงข้อมูล และหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ เรายังได้วางมาตรการสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้ทั้งหมด และไม่มีระบบจัดเก็บข้อมูลใดที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่เราไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งมายังเว็บไซต์ของเราได้ การส่งข้อมูลดังกล่าวยังถือเป็นความเสี่ยงของท่าน เราขอแนะนำให้ท่านตระหนักและคำนึงถึงความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ส่วน ช – เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในระบบของเราเป็นระยะเวลาเก้าสิบวันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ และข้อมูลดังกล่าวจะถูกลบโดยอัติโนมัติ เมื่อเราไม่สามารถเก็บรักษาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้ต่อไปตามที่กฎหมายกำหนด เราจะลบข้อมูลนั้นออกจากระบบและบันทึกของเรา ในกรณีที่มีการดำเนินการทางศาลหรือทางวินัย เราอาจเก็บข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไว้จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการดังกล่าว ซึ่งจะรวมถึงในระยะเวลาที่ยังมีการอุทธรณ์ได้ และหลังจากนั้นเราจะลบหรือเก็บรักษาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไว้ตามที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้
ส่วน ซ – สิทธิของท่าน
ท่านมีสิทธิหลายประการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่
สิทธิในการเข้าถึง: ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม (ซึ่งเรามีสิทธิในการเก็บค่าดำเนินการตามความเหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้คำขอของท่านสมบูรณ์)
สิทธิในการแก้ไข: ท่านมีสิทธิขอให้มีการดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิในการร้องเรียน: ท่านมีสิทธิยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหากท่านเห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ อย่างไรก็ตาม เราใคร่ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้เราทราบถึงข้อกังวลของท่านเป็นลำดับแรก เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าวก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิขอให้เราลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือในกรณีที่ไม่มีฐานทางกฎหมายในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลนั้นๆ
สิทธิในการคัดค้าน: ท่านมีสิทธิคัดค้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการตลาดโดยตรง (รวมถึงการทำโปรไฟล์ที่เกี่ยวข้อง) หรือการดำเนินการอื่นๆ ที่ประมวลผลโดยอาศัยฐานประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการขอให้ส่งสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล: ในบางกรณี ท่านมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่เราได้ทำให้ข้อมูลบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้ง สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัติโนมัติ และสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี และ
สิทธิในการถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่อาศัยความยินยอมของท่านที่เคยให้ไว้ก่อนการเพิกถอนนั้น อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่ให้ความยินยอม หรือข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่เรา หรือได้เพิกถอนความยินยอมของท่านในภายหลัง เราอาจไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์หรือให้บริการทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่ท่านได้
การขอใช้สิทธิของท่านตามที่กำหนดข้างต้นอาจมีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย และในบางกรณีเราสามารถปฏิเสธคำขอของท่านเมื่อมีเหตุผลอันสมควร และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น เป็นกรณีที่เราต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล
หากท่านต้องการใช้สิทธิหรือต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ท่านสามารถติดต่อเรา ได้ตามรายละเอียดในหัวข้อ “ติดต่อเรา”
ในกรณีที่ท่านประสงค์จะพูดคุยกับเรา ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านคือ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้เราอาจตรวจสอบ หรือบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ หรือการสื่อสารอื่นใดที่เรามีกับท่าน เพื่อประโยชน์ในการฝึกอบรม เพื่อความปลอดภัย หรือช่วยเราในการตรวจสอบคุณภาพ
ติดต่อเรา
หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ หรือหากท่านประสงค์จะใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของท่าน ท่านสามารถติดต่อเราผ่านทางหนึ่งทางใด โดยส่งจดหมาย หรืออีเมลถึงเรา ตามที่อยู่ด้านล่างนี้
ศูนย์บริการลูกค้า
บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 10, 29-31 ถนนพระราม 4
แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
อีเมล hotline@prudential.co.th
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO)
บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 10, 29-31 ถนนพระราม 4
แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
อีเมล Thanisa.Pungsupa@prudential.co.th
คำนิยาม
บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย หมายถึง บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย จำกัด
กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล หมายถึง Prudential Plc, Prudential Holdings Limited และบริษัทในเครืออื่นๆ ของ Prudential Plc โดย Prudential Plc ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ Prudential Financial, Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา หรือกับ Prudential Assurance Company ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ M&G Plc ที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ
พันธมิตรทางธุรกิจ หมายถึง ผู้ให้บริการของเรา นักบัญชี ผู้จัดจำหน่าย ผู้สอบบัญชี ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและแพลตฟอร์ม ตัวแทนของบริษัท นายหน้าประกันชีวิต บริษัทรับประกันภัยต่อ ผู้จัดการการลงทุน ตัวแทนประกันชีวิต ผู้ดูแลกองทุนบำเหน็จบำนาญ (และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ) ที่ปรึกษาโครงการ ผู้แนะนำ ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยที่ได้รับการคัดเลือก และที่ปรึกษาทางกฎหมายของเรา
พันธมิตรด้านการตลาด หมายถึง ผู้ให้บริการของเรา ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ผู้ดูแลกองทุนบำเหน็จบำนาญ (และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ) ที่ปรึกษาโครงการ ผู้แนะนำ และผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยที่ได้รับการคัดเลือก
ผู้ให้บริการ เช่น ผู้ให้บริการที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการ การสื่อสารโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ การประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้า การชำระเงิน การพิมพ์และการส่งเอกสาร การไถ่ถอน การให้บริการศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) การให้บริการด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน การสนับสนุนและให้บริการโฮสติง (Hosting) การจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เทคโนโลยีสารสนเทศและบริการแพลตฟอร์ม การจัดการข้อมูล คลังเก็บข้อมูลและระบบคลาวด์ บริการการออกกรมธรรม์อัตโนมัติ การโฆษณา การตลาดและการวิจัยด้านการตลาด และบริการอื่นใดที่ทำให้เราสามารถดำเนินธุรกิจได้ รวมถึงผู้ให้บริการภายนอกอื่นใดที่ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของเรา
บุคคลอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่อาจมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง บุคลากรการแพทย์ นักบัญชี นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภายนอกอื่นๆ ตัวกลาง บริษัทรับประกันภัยต่อ ผู้จัดการลงทุน ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต ผู้จัดการดูแลทรัพย์สินกองทุนบำเหน็จบำนาญ (และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ) ที่ปรึกษาโครงการ ผู้แนะนำ ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันชีวิตซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับการแต่งตั้ง บริษัทประกันชีวิต ทรัสต์ บริษัทตรวจสอบใบวางบิลทางการแพทย์ บริษัทตรวจสอบการขอรับค่าสินไหมทดแทน บริษัทบัตรเครดิต ธนาคารและสถาบันการเงินที่คอยดูแลบัญชี นักวิจัย ผู้ให้บริการบริหารจัดการภายนอกอื่นๆ หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลเครดิต หน่วยงานป้องกันการทุจริต และหน่วยงานจัดเก็บหนี้