ลูกค้าทั่วไป
ลูกค้าองค์กร
ร่างกายของเรามีอวัยวะสำคัญมากมายที่ทำหน้าที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ “ตับ” ที่เปรียบเสมือนโรงงานขนาดย่อมที่คอยกรองสารพิษ ผลิตโปรตีน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงมีหน้าที่สำคัญอีกมากมาย ทำให้เมื่อตับทำงานผิดปกติ สัญญาณเตือนบางอย่างอาจปรากฏขึ้นโดยที่เราอาจไม่ทันสังเกตเห็น !
โรคตับ คือภาวะที่ตับทำงานผิดปกติ จนส่งผลให้การทำงานของร่างกายรวนไปด้วย เช่น การกำจัดสารพิษ การผลิตโปรตีน การสร้างน้ำดี การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ตับทำงานผิดปกติสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักของโรคตับเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคตับแข็ง เนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะทำให้ตับต้องทำงานหนักมากกว่าเดิม จนท้ายที่สุดอาจทำให้ตับเสื่อมสภาพและเกิดภาวะอักเสบได้
เช่น ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซีและไวรัสตับอักเสบดี ซึ่งสามารถติดต่อสู่ตับ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและส่งผลต่อการทำงานของตับได้
โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุงซึ่งส่งผลต่อการสะสมของไขมันในตับ นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโรคตับแข็งได้
โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว น้ำตาล โซเดียมสูง รวมถึงอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป ซึ่งล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพตับโดยตรง
ในระยะเริ่มต้น โรคตับมักไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่หากสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายแล้วพบอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพื่อทำการรักษาตั้งแต่แรกเริ่มก็จะดีที่สุด
อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยล้าแม้จะนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ร่างกายไม่มีแรง ทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบาก
คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะตอนเช้า หรือหลังกินอาหาร โดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงอาจมีอาการเบื่ออาหาร ไม่อยากกินอะไร
ท้องอืด รู้สึกอึดอัดแน่นท้องหลังกินอาหาร มักเกิดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย รู้สึกจุกแน่น
ภาวะดีซ่าน ซึ่งอาจทำให้มีตาเหลือง ตัวเหลือง ผิวหนังเป็นสีเหลือง
ปัสสาวะสีเข้มกว่าปกติ โดยมีสีคล้ายน้ำชา รวมถึงอาจปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ค่าตับสูง เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าตับกำลังทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในสาเหตุหลัก คือพฤติกรรมการกิน เพราะฉะนั้น การเลี่ยงอาหารบางชนิดจึงเป็นการช่วยลดภาระงานของตับได้ อีกทั้งยังจะเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับอาหาร เช่น แบคทีเรีย เชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอีกด้วย สำหรับใครที่กังวลว่าหากค่าตับสูงห้ามกินอะไร มีสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนี้
ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทอด อาหารแปรรูป เนื่องจากเป็นอาหารที่ล้วนมีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นไขมันที่ย่อยสลายได้ยาก ทำให้เกิดการสะสมในตับ นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งในที่สุด
เช่น อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง ซึ่งโซเดียมจะกระตุ้นให้ร่างกายเก็บกักน้ำ ทำให้ไตต้องทำงานหนัก ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของตับด้วยเช่นกัน
เนื่องจากอาหารทะเลบางชนิด โดยเฉพาะหอย ปู กุ้ง อาจมีสารปนเปื้อน เช่น แคดเมียม ปรอท ซึ่งเป็นอันตรายต่อตับ การกินอาหารทะเลที่ไม่สุกดีจึงเสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อน ส่งผลให้ค่าตับสูงขึ้นได้
แอลกอฮอล์เป็นพิษต่อตับ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหลักของโรคตับเรื้อรัง การดื่มแอลกอฮอล์ แม้ในปริมาณน้อย ก็ส่งผลเสียต่อตับได้เช่นกัน
ดังที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า ตับเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่กรองสารพิษ ผลิตโปรตีน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สร้างน้ำดี ย่อยไขมัน และอีกมากมาย ที่เปรียบเสมือนโรงงานกรองของร่างกาย ดังนั้น การดูแลสุขภาพตับให้แข็งแรง จะช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยมีวิธีดูแลตับ ดังนี้
นอกจากอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงแล้ว การปรับพฤติกรรมการกิน โดยเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง ประเภทผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืช หรือถั่วหลากชนิด จะช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหาร ทำให้สามารถดูดซับสารพิษในลำไส้ ลดภาระงานของตับได้ อีกทั้งยังช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นด้วย
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะดีต่อสุขภาพโดยรวมแล้ว ยังจะช่วยให้ไขมันส่วนเกินในตับลดลง ทำให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ โดยเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ เป็นต้น
ยาและอาหารเสริมบางชนิดอาจส่งผลต่อตับ เนื่องจากตับเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่เผาผลาญ จึงทำให้ยาที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ถูกส่งไปยังตับเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ซึ่งยาและอาหารเสริมบางชนิด อาจมีสารพิษที่ส่งผลต่อเซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบ หรือถูกทำลายได้ในกระบวนการเผาผลาญ จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินยาและอาหารเสริมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียง
การตรวจสุขภาพเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้รู้ว่า เรามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคตับหรือไม่ ซึ่งหากตรวจพบก็จะสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยในการตรวจหาโรคตับนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือดเพื่อหาความเสี่ยง ตรวจอัลตราซาวด์ดูขนาด รูปร่าง และโครงสร้างของตับ เพื่อหาความผิดปกติ โดยควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของแพทย์
อ้างอิง
สาเหตุและการสังเกต 5 อาการโรคตับ
เช็คด่วนพฤติกรรมเสี่ยงโรคตับ
5 อาหารต้องห้าม! ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ
เคล็ดไม่ลับ ดูแลตับให้แข็งแรง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer)
เมื่อท่านคลิกปุ่ม “ยอมรับ” ด้านล่าง ท่านจะออกจากเว็บไซต์ของพรูเด็นเชียล และลิงก์ภายนอกจะถูกเปิดในหน้าต่างเบราว์เซอร์ใหม่ หากต้องการกลับสู่เว็บไซต์ของพรูเด็นเชียล กรุณาคลิกปุ่ม “ปฏิเสธ” ด้านล่าง
เว็บไซต์ที่เข้าถึงผ่านไฮเปอร์ลิงก์นี้เป็นเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของ ควบคุม หรือมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพรูเด็นเชียล และพรูเด็นเชียลจะไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาในเว็บไซต์ดังกล่าว และ/หรือการใช้งานเว็บไซต์นั้นของท่าน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล