ลูกค้าทั่วไป
ลูกค้าองค์กร
ด้วยยุคสมัยปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแข่งขัน หลายคนต้องแบกรับความรับผิดชอบในการดูแลครอบครัว ไหนจะความเครียดสะสมจากที่ทำงาน รวมถึงความกดดันที่ต้องบริหารการเงินภายในบ้านให้พอใช้ หลายครั้งที่ความเครียดเหล่านี้ก่อตัวสะสมจนทำให้เรากดดันตัวเองจนร้องไห้ออกมา เพราะรู้สึกว่าเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินจะแบกรับไหว ทำให้มนุษย์ Gen Y หลายคนก้าวเข้าสู่การเป็น “โรคเครียด” และ “โรคซึมเศร้า” โดยไม่รู้ตัว
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มสงสัยว่า แล้วจุดที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ล่ะ ? เป็นแค่อาการเครียดมากไป หรือกำลังเข้าใกล้โรคซึมเศร้ากันแน่ หากคุณคือหนึ่งใน “ชาวเดอะแบก” ที่อยากหันหลังกลับได้ทันก่อนสายเกินไป นี่คือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด!
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างความเครียดและภาวะซึมเศร้าเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะทั้งสองอย่างมีผลกระทบต่อจิตใจและร่างกาย แต่แตกต่างกันในลักษณะและระดับอาการ
โรคเครียดสะสมอันตรายมากกว่าที่คิด หากว่ามีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ บวกกับมีอาการที่ผิดแปลกไปจากเดิม อาจเป็นสัญญาณเตือนที่คุณต้องรีบแก้ไข เพราะอาจจะนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้
หากว่าใครมีอาการดังต่อไปนี้ อาจจะอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ไม่ใช่ความเครียดแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ควรหาทางแก้ไขด่วน!
โดยอาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ถึงเวลาที่เดอะแบกต้องหาผู้ช่วยในการปลดล็อกสุขภาพจิตใจ อย่างการไปปรึกษาจิตแพทย์
เมื่อพูดถึงโรคซึมเศร้า ส่วนใหญ่จะนึกถึงภาวะที่อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือรู้สึกไร้ค่า แต่รู้หรือไม่ว่ายังมี “ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น” ที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน ?
หลายคนที่ต้องแบกรับภาระมากมาย อาจยังคงยิ้มแย้ม พูดคุย เข้าสังคมได้ตามปกติ แต่เมื่ออยู่คนเดียวอาจร้องไห้บ่อย หรือคิดมาก โดยไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร อีกทั้งยังมีอาการทางกาย เช่น ปวดหัวบ่อย ปวดหลัง เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือมีปัญหาการนอน นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่บ่งชี้ เช่น ชอบย้ำคิดย้ำทำ หรือทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น ซึ่งแม้จะยังสามารถรับผิดชอบหน้าที่การงานได้ แต่ประสิทธิภาพก็อาจไม่เต็มที่
หากปล่อยให้ภาวะนี้เรื้อรังโดยไม่ได้รับการรักษาที่ตรงจุด อาจนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าเต็มตัว ดังนั้น แม้จะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ก็อย่าละเลยที่จะสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้เอาไว้ด้วย
แต่สำหรับใครที่สงสัยภาวะบางอย่างของตนเอง เช่น รู้สึกกดดันตัวเองจนร้องไห้จากอาการเครียดสะสม หรือรู้สึกได้ถึงความเจ็บป่วยทางกาย อาการเหล่านี้ก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะซึมเศร้า ควรไปตรวจเช็ก โดยวิธีการตรวจประเมินจะแบ่งเป็น 2 วิธีหลัก ๆ ได้แก่
ดังนั้น การจัดเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนเข้ารับการตรวจซึมเศร้า จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
ถึงจะมีอาการเครียดแค่ไหน แต่ชีวิตก็ต้องไปต่อ ! ชาว Gen Y จึงควรมีแฮกชีวิต ที่ช่วยให้สามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้ ไม่ว่าจะเป็น
การดูแลสุขภาพ ลดความเครียดสะสมต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรม หรือกิจวัตรประจำวันบางอย่าง เพื่อลดความกังวลและรักษาสุขภาพจิตได้ ก่อนที่ความเครียดจะพาจมดิ่งอยู่ในโลกที่มืดสนิท ที่เรียกว่า “โรคซึมเศร้า” จนไม่อาจดึงตัวเองขึ้นมาอยู่บนโลกใบเดิมนี้ได้
แต่หากอาการของความเครียด หรือภาวะซึมเศร้ายังคงอยู่ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งนอกจากการเข้ารับการรักษา หรือปรึกษากับจิตแพทย์โดยตรงแล้ว หากมีอาการร้องไห้บ่อยจากการคิดมาก จนรู้สึกว่าต้องการคำปรึกษาอย่างเร่งด่วน สามารถมองหาทางเลือกในการโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอรับคำแนะนำและการช่วยเหลือได้ แต่สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ห่างไกลจากภาวะซึมเศร้าก็จะดีที่สุด
เพราะสุขภาพเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน หากดูแลตัวเองไม่ดีก็อาจทำให้เจ็บป่วย และอาจกระทบได้ทั้งสุขภาพกายและใจ ดังนั้น การทำประกันภัยเพื่อปิดความเสี่ยงทางการเงินในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็น ที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลในยามเจ็บไข้ หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่ช่วยเพิ่มพูนเงินออมไปพร้อมกับการดูแลชีวิต เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดความเครียดทางด้านการเงิน ช่วยดูแลสุขภาพใจไม่ให้เจ็บป่วยตามไปด้วย
หากรู้สึกว่าคนใกล้ตัวร้องไห้บ่อย และกลัวว่าจะมีปัญหาโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้า ให้สังเกตอาการร่วมดังนี้
ควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันทีเมื่อมีอาการเหล่านี้
การออกกำลังกายช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ เพิ่มความมั่นใจในตนเองจากการบรรลุเป้าหมายเล็ก ๆ ลดฮอร์โมนความเครียด เช่น Cortisol ทั้งยังช่วยในด้านจิตใจ ด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ ออกจากความคิดด้านลบชั่วคราว
ควรเน้นที่การรับฟังอย่างตั้งใจและแสดงความเข้าใจ (Empathy) หลีกเลี่ยงประโยคที่ตัดสินหรือทำให้รู้สึกผิด เช่น "อย่าคิดมาก" หรือ "คนอื่นแย่กว่าคุณอีก" แต่ให้ใช้ประโยคที่แสดงการสนับสนุน เช่น "ฉันพร้อมที่จะอยู่ตรงนี้เพื่อคุณนะ" หรือ "คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับสิ่งนี้ไว้คนเดียว"
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer)
เมื่อท่านคลิกปุ่ม “ยอมรับ” ด้านล่าง ท่านจะออกจากเว็บไซต์ของพรูเด็นเชียล และลิงก์ภายนอกจะถูกเปิดในหน้าต่างเบราว์เซอร์ใหม่ หากต้องการกลับสู่เว็บไซต์ของพรูเด็นเชียล กรุณาคลิกปุ่ม “ปฏิเสธ” ด้านล่าง
เว็บไซต์ที่เข้าถึงผ่านไฮเปอร์ลิงก์นี้เป็นเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของ ควบคุม หรือมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพรูเด็นเชียล และพรูเด็นเชียลจะไม่รับผิดชอบต่อเนื้อหาในเว็บไซต์ดังกล่าว และ/หรือการใช้งานเว็บไซต์นั้นของท่าน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล